แชร์

ค่า ALT (Alanine Aminotransferase) และ AST (Aspartate Aminotransferase)

เป็นเอนไซม์ที่มักถูกตรวจร่วมกับการตรวจสุขภาพตับ เมื่อเซลล์ที่มีเอนไซม์เหล่านี้เกิดการบาดเจ็บ เอนไซม์อาจถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ตรวจพบค่า ALT หรือ AST สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าที่สูงเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถระบุโรคหรือบอกความรุนแรงของความเสียหายของตับได้ จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และผลตรวจอื่น ๆ

ALT และ AST ต่างกันอย่างไร?

ALT เป็นเอนไซม์ที่พบมากในเซลล์ตับ จึงมีความจำเพาะต่อการบาดเจ็บของตับมากกว่า เมื่อเซลล์ตับเกิดการอักเสบหรือถูกทำลาย ค่า ALT ในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้น

ส่วน AST พบได้ทั้งในตับ กล้ามเนื้อ หัวใจ และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ดังนั้นค่า AST ที่สูงจึงไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะเกิดจากตับเพียงอย่างเดียว แพทย์มักพิจารณา ALT และ AST ร่วมกับผลตรวจอื่นเพื่อช่วยค้นหาสาเหตุ

เมื่อ ALT และ AST สูง บอกอะไรเรา?

ค่าที่สูงขึ้นอาจสะท้อนว่ามีเซลล์ตับหรือเนื้อเยื่อบางส่วนได้รับบาดเจ็บ โดยสาเหตุที่พบได้มีหลายอย่าง เช่น

1.การดื่มแอลกอฮอล์และการได้รับสารที่เป็นพิษต่อตับ

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือในปริมาณมากสามารถทำให้เกิดการอักเสบและความเสียหายของตับ ส่งผลให้ค่าเอนไซม์ตับผิดปกติได้ นอกจากนี้สารบางชนิดที่เป็นพิษต่อตับก็อาจทำให้ ALT และ AST เพิ่มขึ้นเช่นกัน

2.ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด

ยาหลายประเภทสามารถส่งผลต่อค่าตับได้ เช่น ยาบางชนิดที่ใช้ลดไขมันในเลือด หรือการใช้ยาพาราเซตามอลในขนาดที่ไม่เหมาะสม รวมถึงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด ดังนั้นหากพบค่าตับสูง ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมดที่กำลังรับประทาน และ ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง

3.ภาวะไขมันพอกตับ

ภาวะไขมันสะสมในตับ โดยเฉพาะ Metabolic Dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease (MASLD) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้ของค่า ALT และ AST สูง ภาวะนี้มักสัมพันธ์กับปัจจัยด้านเมตาบอลิก เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน เบาหวาน และความผิดปกติของไขมันในเลือด หากเกิดการอักเสบต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดและโรคตับเรื้อรังได้

นอกจาก 3 สาเหตุหลัก ยังมีอะไรอีก?

ค่า ALT หรือ AST สูงยังอาจพบได้จาก ไวรัสตับอักเสบ โรคตับจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ตับแข็ง ภาวะเลือดไปเลี้ยงตับไม่เพียงพอ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมมากผิดปกติ และสาเหตุอื่น ๆ ส่วน AST อาจเพิ่มจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือการออกกำลังกายอย่างหนักได้ด้วย

ค่าตับสูงมาก แปลว่าตับเสียหายมากเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ระดับ ALT และ AST เป็นตัวบ่งชี้การบาดเจ็บของเซลล์ แต่ระดับที่สูงไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับระดับความเสียหายหรือความสามารถในการทำงานของตับ ดังนั้นการแปลผลต้องดูร่วมกับค่าอื่น เช่น ALP, GGT, bilirubin, albumin และ PT/INR รวมถึงประวัติและอาการของผู้ป่วย

ค่ามาตรฐานของ ALT และ AST ยังสามารถแตกต่างกันไปตามห้องปฏิบัติการ อายุ เพศ ยาที่ใช้ และปัจจัยอื่น ๆ จึงควรยึดช่วงอ้างอิงที่ระบุอยู่ในใบผลตรวจของแต่ละแห่ง ไม่ควรเปรียบเทียบตัวเลขเพียงอย่างเดียว

หากตรวจพบ ALT และ AST สูง ควรทำอย่างไร?

ควรนำผลตรวจไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ โดยแพทย์อาจสอบถามเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ ยาและอาหารเสริม โรคประจำตัว ความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบ รวมถึงพิจารณาตรวจเลือดเพิ่มเติมหรือทำอัลตราซาวด์ช่องท้องตามความเหมาะสม

ระหว่างนี้ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่าสามารถ “ล้างพิษตับ” มาใช้เอง และดูแลน้ำหนัก อาหาร และกิจกรรมทางกายให้เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

หากมีอาการร่วม เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลียมาก ปวดหรือบวมบริเวณท้อง หรือขาบวม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะหากอาการเกิดขึ้นรวดเร็วหรือรุนแรง

สรุป: ค่า ALT และ AST สูงเป็น “สัญญาณ” ที่ช่วยบอกว่าร่างกายอาจมีการบาดเจ็บของตับหรือเนื้อเยื่อบางส่วน แต่ไม่ใช่คำวินิจฉัยโรค การค้นหาสาเหตุอย่างละเอียดและดูผลตรวจร่วมกันหลายด้านจะช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแนวทางดูแลได้เหมาะสมมากที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยเงียบในผู้ชายที่ควรรู้ พร้อมแนวทางสังเกตอาการและตรวจคัดกรอง
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมะเร็งที่พบได้ในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนโรคมีการลุกลาม การสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม จึงมีส่วนสำคัญในการค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเพิ่มโอกาสในการรักษา
31 ส.ค. 2026
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เสี่ยงไข้สมองอักเสบ อันตรายที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็ก และอาจมีอาการตั้งแต่ไข้สูง ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ ไปจนถึงคลื่นไส้ อาเจียน แม้ส่วนใหญ่จะหายได้ แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ ปอดอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ผู้ปกครองจึงควรสังเกตอาการผิดปกติและรีบพบแพทย์หากมีอาการซึม ชัก ปวดศีรษะรุนแรง หรืออาเจียนมาก
9 ก.ย. 2026
มะเร็งกระดูกปฐมภูมิ คืออะไร? รู้ทันอาการและสัญญาณเตือน
มะเร็งกระดูกปฐมภูมิ คือมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของกระดูกโดยตรง แม้จะพบไม่บ่อย แต่สามารถเกิดได้ในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น การรู้จักปัจจัยเสี่ยงและสังเกตความผิดปกติของกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
23 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy