แชร์

ภาวะแทรกซ้อนในโรคเบาหวาน คือ

     เมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติเป็นระยะเวลานาน น้ำตาลที่สูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่  โดยทำให้เกิดภาวะอักเสบและภาวะหลอดเลือดอุดตันได้ง่ายกว่าคนปกติ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยในภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้น้ำตาลส่วนเกินนั้นไปเกาะกับเม็ดเลือดขาวที่ใช้ต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้เม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวาน แบ่งเป็น ภาวะเฉียบพลัน เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงรุนแรง และ ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางตา (ตาบอด), ไตเสื่อม (ไตวาย), เส้นประสาทเสื่อม (ชาปลายมือปลายเท้า, แผล), หลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ (หัวใจวาย, อัมพาต), ปัญหาเท้า และปัญหาผิวหนัง. การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีอยู่เสมอจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน

1.) ภาวะแทรกซ้อนทางตา

ภาวะแทรกซ้อนทางตา หรือ เบาหวานขึ้นตา คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ส่งผลต่อจอประสาทตาทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดจอประสาทตาลอกจนทำให้ตาบอดได้ในที่สุด  และนอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานยังเสี่ยงต่อภาวะต้อกระจก ต้อหินได้มากกว่าคนปกติ

2.) ภาวะแทรกซ้อนทางไต

ภาวะแทรกซ้อนทางไต หรือ เบาหวานลงไต ในช่วงระยะเริ่มแรก ไตจะมีการทำงานที่หนักขึ้น เนื่องจากน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น จะส่งผลให้มีแรงดันเลือดไปที่ไตสูงตามไปด้วย ถ้าหากตรวจการทำงานของไตในช่วงระยะนี้ จะไม่พบความผิดปกติ การตรวจปัสสาวะอาจมีหรือยังไม่มีโปรตีนไข่ขาว (อัลบูมิน) รั่วออกมากับปัสสาวะ ระยะถัดมาจะเริ่มพบมีโปรตีนไข่ขาวปนออกมากับปัสสาวะ และอาจมีการทำงานของไตที่ลดลงเล็กน้อย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี การทำงานของไตจะลดลงเรื่อย ๆ และอาจดำเนินไปถึงภาวะไตวายเรื้อรังจนถึงขั้นต้องทำการล้างไต

3.) เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน

อาการเส้นเลือดแดงใหญ่อุดตันมักเกิดขึ้นโดยเฉพาะบริเวณขา ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย คือ มีอาการปวดขามากเมื่อเดินหรือวิ่ง และดีขึ้นเมื่อพักหรือห้อยขาลงที่ต่ำ ปลายเท้าจะเย็น ขนขาร่วง ผิวหนังบริเวณขาเงามัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันจนปลายเท้าขาดเลือด ติดเชื้อ และอาจจะต้องตัดนิ้วเท้า หรือตัดขาทิ้งในที่สุด

4.) เส้นเลือดหัวใจตีบตัน

ภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหากตีบรุนแรงอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจลดลง เกิดหัวใจวาย ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเสียชีวิตเฉียบพลันได้

5.) เส้นเลือดสมองตีบ

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เมื่อเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ ทำให้การทำงานของสมองและเส้นประสาทขาดเลือดหรือไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือมีอาการชาครึ่งซีก

6.) ภาวะแทรกซ้อนทางเส้นประสาท

ภาวะนี้เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด คือผู้ป่วยมักมีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า ในบางรายอาจมีอาการเจ็บแปลบๆเหมือนโดนเข็มแหลม ๆ ทิ่ม บางคนมีอาการแสบร้อนบริเวณปลายมือปลายเท้า โดยอาการทางระบบประสาทที่พบได้แต่ไม่บ่อย เช่น เหงื่อไม่ออกหรือออกง่ายกว่าปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กลืนสำลัก ท้องอืดง่าย จุกแน่นลิ้นปี่ ซึ่งเป็นอาการของระบบประสาทที่ควบคุมการบีบเคลื่อนตัวของทางเดินอาหารผิดปกติ

การป้องกัน

  • ควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และน้ำหนักตัว ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่เหมาะสม ทั้งชนิดและปริมาณ จำกัดอาหารจำพวก ข้าว แป้ง เครื่องดื่มมีน้ำตาล ขนมหวาน เบเกอรี่ รวมถึงรับประทานผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • กรณีที่มียา ควรรับประทานยาหรือฉีดยาสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม นอกจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานมีอาการที่รุนแรง และก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ แต่ถ้าหากเราทราบสาเหตุของโรคเบาหวานและทำการตรวจวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก และผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้ทัน ป้องกันได้! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B อาการแบบไหน ต้องระวัง?
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลีย ซึ่งในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบได้ การรู้เท่าทันอาการ ดูแลสุขอนามัย ล้างมือเป็นประจำ สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย และรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีไข้สูง ไอ หรือเจ็บคอต่อเนื่องนาน 2–3 วัน ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม
13 ก.ย. 2026
มะเร็งลำไส้ส่วนต้น เมื่อทางเดินอาหารอุดตัน สัญญาณเตือนที่ควรรู้ และวิธีรับมือเบื้องต้น
มะเร็งลำไส้ส่วนต้นอาจส่งผลให้ทางเดินอาหารตีบแคบหรือเกิดการอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน หรือขับถ่ายผิดปกติ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การรู้จักสัญญาณเตือนและแนวทางรับมือเบื้องต้น จึงช่วยให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
3 ก.ย. 2026
Liver detox  ล้างพิษตับ กาย จิต  ศาสตร์ เวลเนส
การดีท็อกซ์ตับ คือ การให้วิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินบี กลูตาไธโอน แมกนีเซียม และสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเข้าไปส่งเสริมการทำงานของตับ
20 ก.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy