แชร์

โรคความดันโลหิตสูง คืออะไร?

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือ ภาวะที่แรงดันของเลือดภายในหลอดเลือดสูงกว่าระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจและหลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้น หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อหัวใจ สมอง ไต ดวงตา และหลอดเลือดทั่วร่างกาย

ค่าความดันโลหิตประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่

  • ความดันตัวบน (Systolic Pressure) คือ แรงดันขณะที่หัวใจบีบตัว
  • ความดันตัวล่าง (Diastolic Pressure) คือ แรงดันขณะที่หัวใจคลายตัว

โดยทั่วไป หากตรวจพบค่าความดันสูงผิดปกติ ควรวัดซ้ำอย่างถูกวิธีและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน เนื่องจากเกณฑ์วินิจฉัยอาจแตกต่างกันตามแนวทางทางการแพทย์และลักษณะของผู้ป่วยแต่ละราย

ทำไมความดันโลหิตสูงจึงอันตราย?

ความดันโลหิตสูงมักถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการผิดปกติในระยะแรก จึงอาจไม่ทราบว่าตนเองมีความดันสูง จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อน

เมื่อความดันในหลอดเลือดสูงเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดอาจเสื่อมและเกิดความเสียหาย ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด

อาการที่อาจพบ

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอาจไม่มีอาการเลย แต่ในบางรายอาจพบอาการ เช่น

  • ปวดศีรษะหรือมึนศีรษะ
  • ตาพร่ามัว
  • ใจสั่น
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • อ่อนแรงหรือแขนขาไม่มีแรง

อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะต่อโรคความดันโลหิตสูง จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนตรวจความดัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน รับประทานอาหารรสเค็มเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ความเครียด รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือไขมันในเลือดผิดปกติ

ความดันโลหิตสูงเสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

หากควบคุมความดันได้ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสำคัญ เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมอง จากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก
  • โรคหัวใจและหัวใจล้มเหลว เนื่องจากหัวใจทำงานหนักเป็นเวลานาน
  • โรคไตเรื้อรัง จากความเสียหายของหลอดเลือดภายในไต
  • ความผิดปกติของจอประสาทตา ซึ่งอาจกระทบต่อการมองเห็น
  • โรคหลอดเลือดแดง และภาวะแทรกซ้อนของระบบไหลเวียนโลหิต

วัดความดันอย่างไรให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงความจริง?

ก่อนวัดความดันควรนั่งพักอย่างน้อยประมาณ 5 นาที หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย คาเฟอีน และการสูบบุหรี่ก่อนวัดในช่วงเวลาหนึ่ง นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง วางแขนในระดับใกล้เคียงหัวใจ และไม่พูดคุยระหว่างวัด

หากค่าความดันสูงกว่าปกติในครั้งเดียว ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรวัดซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม และนำผลไปปรึกษาแพทย์

ป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูงได้อย่างไร?

การปรับพฤติกรรมมีส่วนสำคัญในการควบคุมระดับความดัน เช่น ลดการรับประทานอาหารเค็มและอาหารแปรรูป เลือกรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามความเหมาะสม งดสูบบุหรี่ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจวัดความดันเป็นประจำ

สำหรับผู้ที่ได้รับยาควบคุมความดัน ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรหยุดยาหรือปรับขนาดยาด้วยตนเอง แม้ว่าค่าความดันจะกลับมาอยู่ในระดับที่ดีแล้วก็ตาม

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

หากตรวจพบว่าความดันสูงต่อเนื่อง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง และหากมีความดันสูงมากร่วมกับอาการรุนแรง เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด สับสน หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

การรู้ค่าความดันของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้ความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน


บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยเงียบในผู้ชายที่ควรรู้ พร้อมแนวทางสังเกตอาการและตรวจคัดกรอง
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมะเร็งที่พบได้ในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนโรคมีการลุกลาม การสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม จึงมีส่วนสำคัญในการค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเพิ่มโอกาสในการรักษา
31 ส.ค. 2026
รู้ทัน “น้ำตาลธรรมชาติ” กินอย่างไรไม่ให้สุขภาพพัง
“น้ำตาลจากธรรมชาติ” ไม่ได้หมายความว่าจะกินได้ไม่จำกัด เพราะน้ำตาลจากน้ำผึ้ง ผลไม้สุก หรือผลไม้แห้ง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินความต้องการได้ โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการแปรรูปหรือมีใยอาหารน้อย การเลือกกินอย่างเหมาะสมจึงควรเน้น ผลไม้สดทั้งผล ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง และอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยให้การย่อยและการดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมรับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม
24 ส.ค. 2026
เบาหวานดูแลได้อย่างไร? ปรับพฤติกรรมอย่างถูกวิธี อาจช่วยลดการใช้ยาในผู้ป่วยบางรายได้
โรคเบาหวานไม่ได้ดูแลด้วยยาเพียงอย่างเดียว การปรับพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นได้ ผู้ป่วยบางรายที่ควบคุมโรคได้ดีอาจมีโอกาสลดปริมาณหรือจำนวนยาที่ใช้ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว.
15 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy