มะเร็งช่องปาก
สามารถเกิดได้บริเวณริมฝีปาก ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และพื้นช่องปาก อาการในระยะแรกบางครั้งอาจคล้ายแผลร้อนในหรือความผิดปกติทั่วไป จึงควรหมั่นสังเกตช่องปากของตนเองเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อพบความผิดปกติที่เป็นอยู่นานและไม่ดีขึ้น
4 จุดที่ควรสำรวจในช่องปาก
1.ริมฝีปาก – สังเกตรูปร่าง สี แผล ก้อน หรือบริเวณที่เปลี่ยนไปจากเดิม
2.กระพุ้งแก้มและเหงือก – ใช้นิ้วดึงกระพุ้งแก้มเบา ๆ ตรวจดูว่ามีแผล ก้อน ปื้นแดง หรือปื้นขาวผิดปกติหรือไม่
3.เพดานปากและบริเวณคอหอย – อ้าปากกว้าง สังเกตแผล ก้อน บวม หรือสีของเยื่อบุที่เปลี่ยนไป
4.ลิ้นและใต้ลิ้น – แลบลิ้นและยกลิ้นขึ้น เพื่อตรวจด้านข้างและใต้ลิ้นว่ามีแผล ก้อน หรือรอยผิดปกติหรือไม่
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แผลในช่องปากที่ไม่หาย ปื้นสีขาวหรือแดง ก้อนหรือบริเวณที่หนาตัวผิดปกติ เลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงอาการเจ็บ ชา หรือมีปัญหาในการเคี้ยว กลืน หรือขยับลิ้น อาจเป็นอาการที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
หากมี แผลในปากนานเกิน 3 สัปดาห์ หรือความผิดปกติยังคงอยู่ ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรรอให้อาการเจ็บหรือรุนแรงขึ้นก่อนเข้ารับการตรวจ
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับมะเร็งช่องปากและมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ได้แก่ การสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ การดื่มแอลกอฮอล์ และการเคี้ยวหมาก โดยการใช้ยาสูบร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนการติดเชื้อ HPV มีความสัมพันธ์กับมะเร็งบริเวณคอหอยบางชนิดมากเป็นพิเศษ
การตรวจช่องปากด้วยตนเองช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น แต่ไม่สามารถใช้วินิจฉัยมะเร็งได้ หากพบจุดผิดปกติหรือมีอาการต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์หรือทันตแพทย์



