แชร์

6 ขั้นตอนเตรียมตัว ก่อนผู้ป่วยไตวายรับการฟอกเลือด
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือ Hemodialysis เป็นการนำเลือดออกจากร่างกายผ่านตัวกรอง เพื่อช่วยกำจัดของเสีย เกลือแร่บางชนิด และน้ำส่วนเกิน ก่อนส่งเลือดที่ผ่านการกรองกลับเข้าสู่ร่างกาย การรักษานี้ช่วยทดแทนการทำงานของไตได้บางส่วน แต่ไม่ใช่การรักษาให้ไตกลับมาเป็นปกติ ผู้ป่วยจึงยังต้องรับประทานยา ควบคุมอาหารและน้ำ รวมถึงเข้ารับการฟอกเลือดตามแผนที่แพทย์กำหนดอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก่อนเริ่มฟอกเลือด จะช่วยให้ทางเข้าเส้นเลือดพร้อมใช้งาน ลดความเสี่ยงด้านการติดเชื้อ และทำให้ผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทางเข้าสำหรับฟอกเลือดมีแบบใดบ้าง?
ก่อนฟอกเลือด ทีมแพทย์จะต้องเตรียมช่องทางสำหรับนำเลือดออกจากร่างกายไปยังเครื่องไตเทียม และนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย โดยมี 3 วิธีหลัก ได้แก่

1. ใช้เส้นเลือดจริงของผู้ป่วย หรือ AV Fistula
แพทย์จะผ่าตัดเชื่อมหลอดเลือดแดงกับหลอดเลือดดำ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณแขน ทำให้หลอดเลือดดำมีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น สามารถรองรับการแทงเข็มเพื่อฟอกเลือดได้

AV Fistula เป็นทางเข้าสำหรับฟอกเลือดที่มักเหมาะกับการใช้งานระยะยาว เพราะให้การไหลเวียนของเลือดดี มีโอกาสติดเชื้อหรือเกิดลิ่มเลือดน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าวิธีอื่น อย่างไรก็ตาม เส้นเลือดต้องใช้เวลาในการพัฒนาให้พร้อมก่อนเริ่มใช้งาน

2. ใช้หลอดเลือดเทียม หรือ AV Graft
เป็นการใช้หลอดสังเคราะห์เชื่อมระหว่างหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่หลอดเลือดไม่เหมาะกับการทำ AV Fistula และอาจเริ่มใช้งานได้เร็วกว่าการใช้เส้นเลือดจริง

อย่างไรก็ตาม หลอดเลือดเทียมมีโอกาสเกิดการติดเชื้อและลิ่มเลือดอุดตันมากกว่า AV Fistula จึงต้องได้รับการตรวจติดตามและดูแลอย่างสม่ำเสมอ

3. ใส่สายสวนหลอดเลือดดำสำหรับฟอกเลือด
แพทย์จะใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณคอหรือหน้าอก เพื่อให้สามารถเริ่มฟอกเลือดได้ทันที เหมาะกับกรณีฉุกเฉิน หรือในระหว่างรอให้ AV Fistula หรือ AV Graft พร้อมใช้งาน

สายสวนมักใช้เป็นทางเข้าชั่วคราว เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงกว่าการใช้ AV Fistula และ AV Graft

6 ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมตัวก่อนฟอกเลือด

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนการรักษาร่วมกับอายุรแพทย์โรคไต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรเข้ารับการประเมินกับอายุรแพทย์โรคไตอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามค่าการทำงานของไต อาการของผู้ป่วย ภาวะน้ำเกิน ระดับเกลือแร่ และวางแผนวิธีบำบัดทดแทนไตที่เหมาะสม

แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยแนะนำว่า ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ควรเริ่มได้รับความรู้และเตรียมแผนการบำบัดทดแทนไตล่วงหน้า สำหรับผู้ที่เลือกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ควรเตรียมเส้นเลือดถาวรให้พร้อมใช้ตามดุลยพินิจของอายุรแพทย์โรคไตและศัลยแพทย์หลอดเลือด

ขั้นตอนที่ 2 ควบคุมโรคประจำตัวและรับประทานยาตามแผน
ควรควบคุมโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะไขมันในเลือดสูง พร้อมรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์

ก่อนเริ่มฟอกเลือด ผู้ป่วยควรแจ้งรายชื่อยาทุกชนิดให้ทีมดูแลทราบ ทั้งยาประจำ ยาละลายลิ่มเลือด ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากยาบางชนิดอาจต้องปรับเวลา ปรับขนาด หรือพิจารณาตามผลเลือดและอาการของผู้ป่วย

ไม่ควรงดหรือปรับยาในวันที่ฟอกเลือดด้วยตนเอง โดยเฉพาะยาลดความดัน ยาเบาหวาน และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือพยาบาลประจำหน่วยไตเทียม

ขั้นตอนที่ 3 รักษาหลอดเลือดบริเวณแขนไว้สำหรับทำเส้นฟอกเลือด
ผู้ป่วยที่อาจต้องฟอกเลือดในอนาคตควรช่วยกันรักษาหลอดเลือดบริเวณแขน โดยแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับการฟอกเลือด เพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะเลือดหรือใส่สายน้ำเกลือซ้ำ ๆ ในหลอดเลือดที่อาจต้องนำมาใช้ทำเส้นฟอกเลือด

เมื่อผ่าตัดทำ AV Fistula หรือ AV Graft แล้ว ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้บริเวณแขนข้างดังกล่าว

  • ไม่วัดความดันโลหิต
  • ไม่เจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือ
  • ไม่สวมเสื้อ นาฬิกา หรือเครื่องประดับที่รัดแน่น
  • ไม่หิ้วกระเป๋าหรือของหนักกดทับเส้นฟอกเลือด
  • ไม่นอนทับแขนข้างที่ทำเส้นฟอกเลือด

การกดทับอาจรบกวนการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงที่เส้นฟอกเลือดจะอุดตัน

ขั้นตอนที่ 4 ดูแลและบริหารเส้นฟอกเลือดตามคำแนะนำ
หลังแผลผ่าตัดเริ่มหาย แพทย์หรือพยาบาลอาจแนะนำให้บริหารมือด้วยการบีบและคลายลูกบอลยาง เพื่อช่วยส่งเสริมให้หลอดเลือดดำมีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น ควรเริ่มทำเมื่อได้รับอนุญาตจากทีมรักษา และทำตามจำนวนครั้งที่กำหนด ไม่ควรออกแรงบริหารเองขณะที่แผลยังบวม เจ็บ หรือมีเลือดออก

ผู้ป่วยควรตรวจเส้นฟอกเลือดทุกวัน โดยวางนิ้วเบา ๆ บนตำแหน่งเส้นเลือด เพื่อสัมผัสแรงสั่นสะเทือนที่เรียกว่า Thrill หากเส้นฟอกเลือดทำงานดี มักจะสัมผัสแรงสั่นได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรรักษาความสะอาดและสังเกตอาการบวม แดง ร้อน เจ็บ หรือมีของเหลวไหลออกจากแผล

หากคลำแรงสั่นไม่ได้ แรงสั่นเบาลงอย่างชัดเจน หรือมีอาการมือเย็น ซีด ชา และปวด ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือหน่วยไตเทียมโดยเร็ว

ขั้นตอนที่ 5 ควบคุมอาหารและน้ำอย่างเหมาะสม
ผู้ป่วยที่เตรียมฟอกเลือดหรือเริ่มฟอกเลือดแล้ว อาจต้องควบคุมโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และปริมาณน้ำ เพื่อป้องกันภาวะบวม น้ำท่วมปอด ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนัก หรือระดับเกลือแร่ผิดปกติ

แนวทางการรับประทานอาหารและน้ำต้องพิจารณาจากผลเลือด ปริมาณปัสสาวะ น้ำหนักตัว ภาวะโภชนาการ และความถี่ในการฟอกเลือดของแต่ละคน จึงไม่ควรงดอาหารที่มีโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสทุกชนิดด้วยตนเอง

แนวทางทั่วไป ได้แก่

  • ลดอาหารเค็มจัด อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส
  • ควบคุมอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงตามผลเลือดและคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร
  • ควบคุมอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่มบางชนิด และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเติมแต่งฟอสเฟต
  • ดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์กำหนด โดยนับรวมเครื่องดื่ม น้ำซุป น้ำแข็ง และอาหารที่ละลายเป็นของเหลว
  • รับประทานโปรตีนและพลังงานให้เพียงพอตามระยะของโรคและแผนการรักษา

ขั้นตอนที่ 6 ไปตามนัดและสังเกตอาการผิดปกติ
ผู้ป่วยควรไปฟอกเลือดตรงเวลาและอยู่ให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด ไม่ควรลดเวลา ขาดนัด หรือหยุดฟอกเลือดเอง เพราะอาจทำให้ของเสียและน้ำส่วนเกินสะสมในร่างกาย

หากใช้สายสวนฟอกเลือด ควรรักษาผ้าปิดแผลให้สะอาดและแห้ง ไม่แกะฝาปิดสายหรือใช้สายสวนด้วยตนเอง และต้องรีบแจ้งทีมรักษาหากมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย บริเวณสายสวนแดง เจ็บ บวม หรือมีหนอง เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

สำหรับผู้ที่ใช้ AV Fistula หรือ AV Graft ควรรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • คลำแรงสั่นของเส้นฟอกเลือดไม่ได้
  • แขนบวม แดง ร้อน หรือเจ็บผิดปกติ
  • มีเลือดออกจากเส้นฟอกเลือดและกดแล้วไม่หยุด
  • มือหรือปลายนิ้วเย็น ซีด ชา หรืออ่อนแรง
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือสงสัยการติดเชื้อ

หากมีเลือดออกจำนวนมากจากเส้นฟอกเลือด ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดกดตรงจุดเลือดออกอย่างมั่นคง และรีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เพราะเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

สรุป
การเตรียมตัวก่อนฟอกเลือดไม่ได้มีเพียงการเตรียมเส้นเลือดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมโรคประจำตัว การรับประทานยา การดูแลอาหารและน้ำ การรักษาความสะอาด รวมถึงการสังเกตความผิดปกติของทางเข้าเส้นเลือดอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ป่วยแต่ละคนมีภาวะสุขภาพและผลตรวจเลือดแตกต่างกัน จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของอายุรแพทย์โรคไต พยาบาลไตเทียม และนักกำหนดอาหารเป็นหลัก ไม่ควรปรับยา อาหาร น้ำ หรือหยุดการฟอกเลือดด้วยตนเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจเร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น พบก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้ รูปร่างเต้านมเปลี่ยน หัวนมบุ๋ม มีของเหลวผิดปกติ หรือผิวหนังบวมหนาคล้ายเปลือกส้ม หากพบความผิดปกติควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
30 ก.ค. 2026
กินเค็มแบบนี้ โรคไตมาแน่ | Are You OK? สบายดีหรือเปล่า?
รายการ Are You OK? สบายดีหรือเปล่า ชวนมาร่วมพูดคุยเรื่องการดูแลสุขภาพในช่วง How Are You Today? แลกเปลี่ยนเรื่องราว ปัญหาสุขภาพทั้งกาย
23 ก.ย. 2024
Liver detox  ล้างพิษตับ กาย จิต  ศาสตร์ เวลเนส
การดีท็อกซ์ตับ คือ การให้วิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินบี กลูตาไธโอน แมกนีเซียม และสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเข้าไปส่งเสริมการทำงานของตับ
20 ก.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy