แชร์

โภชนาการที่ส่งผลต่อมะเร็ง เข้าใจกลไกโปรตีนเพื่อสุขภาพ

อาหารและโภชนาการเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในระยะยาว รวมถึงความเสี่ยงของโรคมะเร็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งจะสามารถทำให้เกิด ป้องกัน หรือรักษามะเร็งได้โดยลำพัง สิ่งสำคัญคือการเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุล เน้นอาหารจากธรรมชาติ และควบคุมปริมาณอาหารบางกลุ่มที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็ง

1.เนื้อสัตว์บางประเภทควรรับประทานอย่างจำกัด

เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแกะ เป็นแหล่งโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12 แต่การรับประทานในปริมาณมากเป็นประจำมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จึงควรเลือกรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

World Cancer Research Fund แนะนำว่า หากรับประทานเนื้อแดง ควรจำกัดไว้ประมาณ 350–500 กรัมต่อน้ำหนักสุกต่อสัปดาห์ และควรรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปให้น้อยที่สุด

ส่วน เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม และเนื้อหมักหรือรมควัน ควรจำกัด เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

2.ไม่จำเป็นต้อง “งดโปรตีน” เพื่ออดอาหารเซลล์มะเร็ง

แนวคิดที่ว่า “การตัดโปรตีนจะทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร” เป็นการอธิบายที่ง่ายเกินไป เพราะเซลล์ในร่างกาย—including เซลล์ภูมิคุ้มกันและกล้ามเนื้อ—ล้วนต้องการสารอาหารเพื่อทำงานตามปกติ

โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง การจำกัดโปรตีนหรือพลังงานมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักลด สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้ที่กำลังรักษามะเร็งไม่ควรงดอาหารกลุ่มใดอย่างรุนแรงโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

เป้าหมายจึงไม่ใช่การ “อดอาหารมะเร็ง” แต่เป็นการเลือก แหล่งโปรตีนที่เหมาะสมและรับประทานในปริมาณพอดี

3.ไม่จำเป็นต้องเป็นมังสวิรัติ 100%

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด สามารถเลือกรับประทานโปรตีนจากหลายแหล่งสลับกัน เช่น

  • ปลา โดยเฉพาะปลาที่ไม่ผ่านการแปรรูปมาก
  • ไข่
  • ถั่วและธัญพืช
  • เต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • นมและผลิตภัณฑ์นมตามความเหมาะสม
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมันในปริมาณเหมาะสม

หลักสำคัญคือเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืช เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช ซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมี โดยมีหลักฐานสนับสนุนว่าอาหารที่มีธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก ผลไม้ และถั่วเป็นส่วนประกอบหลัก มีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนักและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด

4. จำกัดอาหารทอด หวาน และอาหารแปรรูปสูง

อาหารทอด ฟาสต์ฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และอาหารแปรรูปสูงมักให้พลังงานสูง แต่มีใยอาหารและสารอาหารที่จำเป็นค่อนข้างน้อย หากรับประทานเป็นประจำในปริมาณมากอาจทำให้น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งหลายชนิด

แนวทางการป้องกันมะเร็งจึงแนะนำให้เน้นอาหารจากธรรมชาติ เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสีและถั่ว พร้อมจำกัดอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล หรือการแปรรูปสูง

5. เลือกโปรตีนอย่างไรให้เหมาะกับสุขภาพ

แนวทางง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน คือ “กินให้หลากหลาย เน้นพืช เลือกโปรตีนคุณภาพ และลดอาหารแปรรูป”

สามารถสลับแหล่งโปรตีนระหว่างปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ลดความถี่ของเนื้อแดง และลดเนื้อสัตว์แปรรูปให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันควรรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีอย่างสม่ำเสมอ

American Cancer Society แนะนำรูปแบบอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และถั่ว รวมถึงเลือกปลา สัตว์ปีก หรือโปรตีนจากพืชแทนเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นส่วนใหญ่

สรุป

การดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงมะเร็งไม่ได้ขึ้นอยู่กับการงดโปรตีนหรือเลือกกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ควรมองที่ รูปแบบการกินโดยรวม เน้นอาหารจากธรรมชาติ โปรตีนหลากหลาย ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่ว พร้อมลดเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทอด อาหารหวาน และอาหารแปรรูปสูง

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับอาหารหรือจำกัดโปรตีน เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอกับสภาพร่างกายและแผนการรักษา


บทความที่เกี่ยวข้อง
โปรตีนรั่วในปัสสาวะ สัญญาณเตือนที่อาจเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง
“โปรตีนรั่วในปัสสาวะ” หรือภาวะที่ตรวจพบโปรตีนมากกว่าปกติในปัสสาวะ เป็นหนึ่งในสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าระบบกรองของไตกำลังทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะโปรตีนชนิดอัลบูมิน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่อยู่ในกระแสเลือดและมีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวภายในร่างกาย โดยปกติไตที่แข็งแรงจะช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ขณะเดียวกันจะกักเก็บโปรตีนและสารสำคัญต่าง ๆ ไว้ในร่างกาย แต่เมื่อหน่วยกรองของไตเริ่มเสียหาย โปรตีนอาจหลุดผ่านออกมากับปัสสาวะได้ ภาวะนี้เรียกว่า “อัลบูมินในปัสสาวะ” หรือ Albuminuria และอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคไต แม้ว่าค่าการทำงานของไตจากการตรวจเลือดจะยังไม่ลดลงอย่างชัดเจนก็ตาม
25 ก.ค. 2026
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) คืออะไร?
โรค NCDs คือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ไม่ติดเชื้อจากคนสู่คน แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ตัวอย่างโรคสำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมองและ
28 ก.ค. 2026
รู้ทัน รู้เสี่ยง เลี่ยงความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ การรู้ค่าความดันของตนเอง ตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
9 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy