มะเร็งกระดูกปฐมภูมิ คืออะไร?
มะเร็งกระดูกปฐมภูมิ (Primary Bone Cancer) คือมะเร็งที่เริ่มเกิดจากเซลล์ภายในกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่สร้างกระดูกโดยตรง จัดเป็นโรคที่พบค่อนข้างน้อย และแตกต่างจาก มะเร็งที่แพร่กระจายมายังกระดูก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอวัยวะอื่น เช่น เต้านม ปอด หรือ ต่อมลูกหมาก แล้วจึงแพร่เข้าสู่กระดูก
มะเร็งกระดูกปฐมภูมิมีหลายชนิด โดยชนิดที่รู้จักกันมาก ได้แก่ Osteosarcoma, Ewing Sarcoma และ Chondrosarcoma ซึ่งแต่ละชนิดสามารถพบในช่วงอายุและตำแหน่งของกระดูกที่แตกต่างกัน บางชนิดพบได้บ่อยกว่าในเด็กและวัยรุ่น ขณะที่บางชนิดพบในผู้ใหญ่มากกว่า
ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
สาเหตุของมะเร็งกระดูกส่วนใหญ่ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน และผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางอย่างที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ได้แก่
- ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น Li-Fraumeni syndrome หรือภาวะทางพันธุกรรมบางประเภท
- เคยได้รับรังสีรักษาในขนาดสูง โดยเฉพาะบริเวณกระดูกที่ได้รับรังสี
- เคยได้รับยารักษามะเร็งบางชนิด
- โรคหรือความผิดปกติของกระดูกบางประเภท เช่น Paget disease of bone ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งกระดูกบางชนิด
อย่างไรก็ตาม การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งกระดูก และผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็สามารถเกิดโรคได้เช่นกัน
อาการแบบไหนที่ควรสังเกต?
อาการปวดกระดูก เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยในช่วงแรกอาจปวดเป็น ๆ หาย ๆ และบางรายอาจปวดมากขึ้นในเวลากลางคืนหรือขณะใช้งานบริเวณกระดูกนั้น นอกจากนี้อาจพบอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
- ปวดกระดูกเรื้อรังหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีก้อนหรืออาการบวมบริเวณกระดูก
- กดแล้วเจ็บหรือรู้สึกผิดปกติบริเวณนั้น
- กระดูกหักง่ายหรือหักโดยไม่มีอุบัติเหตุรุนแรง
- อ่อนเพลียหรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุในบางราย
อาการเหล่านี้สามารถเกิดจากโรคหรือการบาดเจ็บอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งได้เช่นกัน แต่หากอาการ เป็นต่อเนื่อง ไม่ดีขึ้น หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ
การวินิจฉัยมะเร็งกระดูก
เมื่อแพทย์สงสัยความผิดปกติของกระดูก จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

1.เอกซเรย์ (X-ray)
ช่วยดูตำแหน่ง ลักษณะ และขนาดของความผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระดูก
2.MRI หรือ CT Scan
ช่วยประเมินขอบเขตของก้อน เนื้อเยื่อรอบข้าง และวางแผนการรักษาได้ละเอียดขึ้น
3. การตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินการกระจายของโรค
แพทย์อาจพิจารณาการตรวจอื่นตามความเหมาะสม เช่น Bone scan หรือการตรวจภาพถ่ายรังสีชนิดอื่น
4. การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)
เป็นขั้นตอนสำคัญในการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่และระบุชนิดของเนื้องอก ซึ่งมีผลต่อการวางแผนรักษา
มะเร็งกระดูกปฐมภูมิรักษาอย่างไร?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับ ชนิดของมะเร็ง ตำแหน่ง ขนาด ระยะของโรค อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย จึงไม่ได้ใช้วิธีเดียวกันในผู้ป่วยทุกคน
แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่
- การผ่าตัด เพื่อนำก้อนมะเร็งออก โดยพยายามกำจัดเนื้อเยื่อมะเร็งให้หมดพร้อมรักษาการทำงานของแขนหรือขาให้ได้มากที่สุด
- เคมีบำบัด ใช้ในมะเร็งกระดูกบางชนิด เช่น Osteosarcoma และ Ewing Sarcoma ตามแผนการรักษาของแพทย์
- รังสีรักษา อาจใช้กับมะเร็งบางชนิดหรือในกรณีที่ตำแหน่งของก้อนไม่เหมาะสมกับการผ่าตัด
- การรักษาเฉพาะทางอื่น ๆ อาจพิจารณาตามชนิดและลักษณะของมะเร็งแต่ละราย
ปัจจุบันเทคนิคการรักษาและการผ่าตัดมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยหลายรายที่มีก้อนบริเวณแขนหรือขาสามารถรักษาโดยพยายามเก็บอวัยวะไว้ได้ แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การสังเกตความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญ
มะเร็งกระดูกเป็นโรคที่พบไม่บ่อย และอาการปวดกระดูกส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่หากมีอาการ ปวดกระดูกต่อเนื่อง ปวดมากขึ้นผิดปกติ มีก้อนบวม หรือกระดูกหักง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
การเข้ารับการตรวจตั้งแต่พบความผิดปกติจะช่วยให้แพทย์สามารถหาสาเหตุ ประเมินโรค และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์


